ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 74.52 จุด วิตกสงครามการค้า,หุ้นพลังงาน-หุ้นแบงก์ดิ่งหนัก

//ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 74.52 จุด วิตกสงครามการค้า,หุ้นพลังงาน-หุ้นแบงก์ดิ่งหนัก

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ส.ค. 61)–ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ดิ่งลงตามทิศทางราคาน้ำมัน และหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อคืนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,509.23 จุด ลดลง 74.52 จุด หรือ -0.29% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,853.58 จุด ลดลง 4.12 จุด หรือ -0.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,891.78 จุด เพิ่มขึ้น 3.46 จุด หรือ +0.04%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเรียกเก็บภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบและรถยนต์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้สหรัฐซึ่งได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมในอัตรา 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค.

ทั้งนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าได้ฉุดหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง โดยหุ้น 3M ดิ่งลง 1.1% หุ้นโบอิ้ง ปรับตัวลง 0.7% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ลดลง 0.8% หุ้นอีตัน คอร์ป ลดลง 0.2% และหุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ลดลง 0.4%

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลงน้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์ โดยหุ้นเชฟรอน ร่วงลง 1.1% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ร่วงลง 4.2% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ลดลง 0.5% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ร่วงลง 1.4% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ลดลง 0.6% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ดิ่งลง 1.2%

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยเมื่อคืนนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 2.937% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่สอง ทั้งนี้ หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลง 1.1% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ดิ่งลง 1.2% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ร่วงลง 1.3% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ดิ่งลง 1.4% ส่วนหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา และหุ้นเจพีมอร์แกน ต่างก็ปรับตัวลง 0.7%

อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 0.8 หุ้นอเมซอน ดีดขึ้น 0.6% หุ้นอินเทล ปรับตัวขึ้น 0.4% ขณะที่หุ้นอัลฟาเบทและหุ้นไมโครซอฟท์ต่างก็ดีดตัวขึ้น 0.2%

หุ้นเวียคอม บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของ MTV และพาราเมาท์ พิคเจอร์ส พุ่งขึ้น 6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. ซึ่งเป็นไตรมาส 3 ของปีงบการเงินบริษัท อยู่ที่ระดับ 1.18 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.07 ดอลลาร์/หุ้น

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 213,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 220,000 ราย ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทรงตัวในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิ.ย.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันนี้ เพื่อบ่งชี้ทิศทางอัตราเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–

2018-08-10T09:14:00+00:00 10 สิงหาคม 2018 เวลา 9:14|ข่าวเศรษฐกิจ|
X