ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 56.21 จุด หลัง IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลก,วิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

//ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 56.21 จุด หลัง IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลก,วิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ต.ค. 61)–ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 ต.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2561 อีกทั้งปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐและจีนในปี 2562 อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวกเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงเคลื่อนไหวในระดับที่สูงมาก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,430.57 จุด ลดลง 56.21 จุด หรือ -0.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,880.34 จุด ลดลง 4.09 จุด หรือ -0.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,738.02 จุด เพิ่มขึ้น 2.07 จุด หรือ +0.03%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุนนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจาก IMF  ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2561 ลง 0.2% สู่ระดับ 3.7% และคาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2562 จะขยายตัวที่ระดับ 3.7% เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ IMF ยังได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปี 2562 ลง 0.2% สู่ระดับ 2.5% และปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนในปี 2562 ลง 0.2% สู่ระดับ 6.2% อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์ ถ้าหากจีนได้ทำการตอบโต้ต่อการเรียกเก็บภาษีก่อนหน้านี้ของสหรัฐ โดยทรัมป์กล่าวว่า ภาวะการค้าที่ไม่สมดุลระหว่างสหรัฐและจีนเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าจีนได้ทำการตอบโต้สหรัฐแล้ว พร้อมระบุว่า จีนไม่พร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลงเนื่องจากแรงกดดันของสงครามการค้า โดยหุ้นโบอิ้ง ลดลง 0.15% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ดิ่งลง 2.5% หุ้น 3M ปรับตัวลง 1.8% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ร่วงลง 2.6% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก ดิ่งลง 2.4% หุ้นอีตัน คอร์ป ร่วงลง 2% และหุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก ลดลง 0.4%

หุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ ร่วงลง 6.5% จากความวิตกกังวลที่ว่า การพุ่งขึ้นของราคาเชื้อเพลิงอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท

หุ้นวอลมาร์ท พุ่งขึ้น 2.5% หลังจากที่นายพอล ทรัสเซลล์ นักวิเคราะห์ของดอยซ์แบงก์ ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของวอลมาร์ท สู่ระดับ buy จากเดิมที่ hold พร้อมระบุว่า วอลมาร์ทจะมียอดขายสูงกว่าคาดในไตรมาส 3 ขณะที่บริษัทจะครองสัดส่วนตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 17% ในปี 2568 เทียบกับระดับ 19% ของอเมซอน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น ซึ่งช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยหุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 0.4% หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 1.4%   หุ้นเน็ตฟลิกซ์ พุ่งขึ้น 1.9% หุ้นทวิตเตอร์ พุ่งขึ้น 2.9%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) เดือนก.ย.ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือนก.ย.จะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยหากตัวเลข CPI ดีดตัวขึ้นมากกว่าระดับ 0.2% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–

2018-10-10T09:48:42+00:00 10 ตุลาคม 2018 เวลา 9:48|ข่าวเศรษฐกิจ|
X