ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 545.29 จุด ขานรับผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ

//ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 545.29 จุด ขานรับผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ย. 61)–ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (7 พ.ย.) หลังจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับมุมมองที่ว่า การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะสามารถขัดขวางนโยบายกีดกันการค้าของปธน.ทรัมป์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,180.30 จุด พุ่งขึ้น 545.29 จุด หรือ +2.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,813.89 จุด เพิ่มขึ้น 58.44 จุด หรือ +2.12% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,570.75 จุด เพิ่มขึ้น 194.79 จุด หรือ +2.64%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก หลังจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยพรรคเดโมแครตสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ขณะที่พรรครีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา

ตลาดได้รับแรงหนุนมากขึ้นหลังจากปธน.ทรัมป์ได้จัดแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ โดยกล่าวว่า เขาจะสามารถทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสในประเด็นต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขของชาวอเมริกัน โดยจะร่วมมือกันนับตั้งแต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวทางเศรษฐกิจ, โครงสร้างพื้นฐาน, การค้า และการลดราคายาตามใบสั่งแพทย์

ทั้งนี้ โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ซึ่งที่ผ่านมา สมาชิกของทั้งสองพรรคต่างเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสะพาน, ถนน และสนามบิน

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นขานรับปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณความร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจากการที่นักลงทุนมีมุมมองว่า การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จะสามารถขัดขวางนโยบายกีดกันการค้าของปธน.ทรัมป์ โดยหุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ พุ่งขึ้น 4.4% หุ้นโบอิ้ง เพิ่มขึ้น 1.5% หุ้น 3M พุ่งขึ้น 3.07% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้น 2.04% และหุ้นอีตัน คอร์ป เพิ่มขึ้น 0.2%

ส่วนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนั้น โดยหุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 1.06% หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 3.03% หุ้นอเมซอน พุ่งขึ้น 6.8% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ พุ่งขึ้น 5.3% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล พุ่งขึ้น 3.6% หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 1.3% หุ้นไมครอน เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้น 2.8% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ พุ่งขึ้น 3.01% และหุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 3.1%

หุ้นไมเคิล คอร์ส โฮลดิ้งส์ ผู้ผลิตกระเป๋าและสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังสัญชาติอเมริกัน ดิ่งลง 14.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 9.3% สู่ระดับ 1.25 พันล้านดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.26 พันล้านดอลลาร์

หุ้นทเวนตี้ เฟิร์สต์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ขยับขึ้นเพียง 0.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 3 ที่ระดับ 7.18 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.23  พันล้านดอลลาร์

นักลงทุนจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้เช่นกัน ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์,  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ย.

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–

2018-11-08T09:42:15+00:00 8 พฤศจิกายน 2018 เวลา 9:42|ข่าวเศรษฐกิจ|
X