มุมมองตลาดหุ้นและกลยุทธ์การลงทุน

 

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในการซื้อขายวันศุกร์ โดยมีแรงขายออกมามากในการซื้อขายช่วงเปิดตลาดภาคเช้า ก่อนที่ในการซื้อขายระหว่างวันจะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาจนดัชนีเริ่มฟื้นตัวและกลับขึ้นมาปิดทรงตัวใกล้ระดับปิดของวันพฤหัส และยังสามารถปิดตลาดเพิ่มขึ้นจากระดับปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปิดตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3

 

  • นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างประเทศมียอดขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยในการซื้อขายวันศุกร์ด้วยปริมาณ 1.5 พันล้านบาท และ 647 ล้านบาท ตามลำดับ แรงซื้อส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนสถาบันซึ่งซื้อสุทธิ 1.77 พันล้านบาท  ส่วนในตลาดอนุพันธ์ (TFEX) นักลงทุนต่างประเทศมียอดขายสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของ SET50  ด้วยปริมาณ 391 สัญญา

 

  • สัญญาเดือน H ปรับตัวลงไปเคลื่อนไหวใกล้แนวรับซึ่งเป็นจุดขายตัดขาดทุนการถือสถานะซื้อบริเวณ 1,085 จุด ก่อนที่จะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในการซื้อขายระหว่างวัน ปัจจัยลบจากต่างประเทศเป็นประเด็นลบที่กลับมากดดันการลงทุน หลังนักลงทุนกังวลว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ รวมทั้งในสัปดาห์นี้หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐอาจต้องปิดทำการอีกครั้งหากรัฐสภายังไม่พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นสหรัฐและเม็กซิโกตามที่ประธานาธิบดีสหรัฐต้องการ และคาดว่าปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะกลับมาเป็นปัจจัยลบกดดันให้ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีการปรับฐาน การเก็งกำไรในระหว่างวันในสัญญาเดือน H ที่แนวต้านบริเวณ 1,098-1,100 จุด จึงยังเป็นแนวต้านสำหรับเปิดสถานะขาย โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่ 1,105 จุด ส่วนการเก็งกำไรการฟื้นตัวจากแนวรับบริเวณ 1,088-1,090 จุด นั้น ควรระวังแรงขายที่อาจมีกลับออกมามากหากไม่สามารถประคองตัวเหนือจุดปิดสถานะตัดขาดทุนบริเวณ 1,085 จุด

 

QH Futures

ราคาหุ้น QH ปรับตัวลงในการซื้อขายระหว่างวัน แต่ด้วยแรงซื้อที่มีเข้ามามากจนทำให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบหลายสัปดาห์ ภาพการเคลื่อนไหวทางเทคนิคจึงกลับมามีแนวโน้มฟื้นตัว และสามารถเปิดสถานะซื้อจากแนวรับบริเวณ 3 บาท โดยมีจุดขายตัดขาดทุนอยู่ที่ 2.90-2.92 บาท

 

SAWAD Futures

ราคาหุ้น SAWAD ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ก่อนที่จะเริ่มมีแรงขายกลับออกมาในการซื้อขายวันศุกร์ และเริ่มมีสัญญาณเตือนการอ่อนตัวเกิดขึ้น การเก็งกำไรในระยะสั้นสามารถเลือกเปิดสถานะขายจากแนวต้านบริเวณ 52.50-53 บาท และมีจุดปิดสถานะขายตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 53.50 บาท