มุมมองตลาดหุ้นและกลยุทธ์การลงทุน

 

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้แกว่งตัวในกรอบแคบลงหลังจากที่ปรับตัวขึ้นมากในการซื้อขายวันอังคาร นักลงทุนต่างเริ่มใช้ความระมัดระวังในการลงทุนก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ รวมทั้งประเด็นในประเทศจากการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้นักลงทุนยังคงไม่มั่นใจที่จะกลับเข้าลงทุน

 

  • แรงขายในตลาดหุ้นไทยในการซื้อขายวานนี้มีกลับออกมามากจากนักลงทุนต่างประเทศซึ่งขายสุทธิ 1.4 พันล้านบาท แรงซื้อมีเข้ามามากจากนักลงทุนสถาบันซึ่งซื้อสุทธิ 1.43 พันล้านบาท  ในตลาดอนุพันธ์ (TFEX) นักลงทุนต่างประเทศมียอดซื้อสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของ SET50 ด้วยปริมาณ 419 สัญญา

 

  • การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.25-2.50% ตามที่ตลาดประเมิน แต่ระบุถึงว่าในปีนี้อาจไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยซึ่งเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเริ่มชะลอตัวและกดดันให้มีแรงขายในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับออกมา ในขณะที่การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยวานนี้ก็ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% และมีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยลงซึ่งเป็นปัจจัยลบกดดันให้ตลาดหุ้นไทยอ่อนตัวลงในการซื้อขายวานนี้ การเคลื่อนไหวในระยะสั้นคาดว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบแคบและอาจเริ่มมีแรงขายสลับออกมาเนื่องจากนักลงทุนอาจกลับมากังวลกับผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ การเก็งกำไรในสัญญาเดือน H ที่แนวต้านบริเวณ 1,085-1,087 จุด จึงยังเป็นระดับแนวต้านที่สามารถเลือกเปิดสถานะขาย และมีจุดขายตัดขาดทุนอยู่ที่ 1,090 จุด ส่วนการเก็งกำไรการฟื้นตัวในระหว่างวันมีแนวรับบริเวณ 1,072-1,075 จุด เป็นระดับแนวรับที่สามารถเปิดสถานะซื้อ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนอยู่ที่ 1,070 จุด

 

TOP Futures

ราคาหุ้น TOP เริ่มฟื้นตัวขึ้นในการซื้อขายช่วงต้นสัปดาห์ และเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวเกิดขึ้น การเก็งกำไรในระยะสั้นสามารถกลับมาเลือกเปิดสถานะซื้อจากแนวรับบริเวณ 69 บาท และมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนการถือครองสถานะซื้ออยู่ที่บริเวณ 68.50 บาท

 

THAI Futures

ราคาหุ้น THAI แกว่งตัวในกรอบแคบ และเคลื่อนไหวใกล้แนวรับบริเวณ 11.80-12 บาท ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบก่อน และคาดว่าราคาหุ้น THAI น่าจะประคองตัวเหนือแนวรับบริเวณนี้ก่อนที่จะเริ่มมีการฟื้นตัวทางเทคนิค จึงสามารถเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรหากราคาหุ้นยังไม่กลับลงไปปิดต่ำกว่า 11.80 บาท