สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.ย. 62)–ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) หลังจากนักลงทุนส่งแรงซื้อเข้าหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้งปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ว่า จีนได้ยื่นข้อเสนอซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนลบ เนื่องจากถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,909.43 จุด เพิ่มขึ้น 73.92 จุด หรือ +0.28% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,979.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.96 จุด หรือ +0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,084.16 จุด ลดลง 3.28 จุด หรือ -0.04%

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากหนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานว่า จีนได้ยื่นข้อเสนอที่จะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น หากสหรัฐยอมผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการซื้อสินค้าของบริษัทหัวเว่ย และเลื่อนการเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ต.ค.

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรมยังเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก โดยหุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 2.06% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม พุ่งขึ้น 3.2% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ปรับตัวขึ้น 0.8% หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 1.7% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ปรับตัวขึ้น 0.4%

ส่วนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น หุ้นโบอิ้ง พุ่งขึ้น 2.9% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ พุ่งขึ้น 2.3% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก ดีดขึ้น 1.9% หุ้น 3M พุ่งขึ้น 1.76% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก เพิ่มขึ้น 1.6% หุ้นอีตัน คอร์ป พุ่งขึ้น 2.3%

หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 1.2% หลังจากแอปเปิลประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPhone ใหม่ 3 รุ่นเมื่อวานนี้ โดยชูจุดขายเรื่องกล้องที่ถ่ายภาพได้ทั้งในมุมกว้าง และซูมภาพได้ละเอียดขึ้น รวมทั้งแบตเตอรีที่ใช้ได้นานขึ้น

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง และเป็นปัจจัยฉุดดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ โดยหุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 1.4% หุ้นอเมซอนดอทคอม ลดลง 0.6% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ร่วงลง 2.1% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 1.05% หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (เอเอ็มดี) ลดลง 0.9%

นักวิเคราะห์กล่าวว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงนั้น มาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีน เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งมีการลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ปรับตัวลง 0.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยปรับตัวลงมากกว่าเดือนก.ค.ที่ขยับลงเพียง 0.3%

หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ร่วงลง 1.36% หลังจากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือสู่ระดับ Ba1 หรือระดับ “ขยะ” เนื่องจากไม่มั่นใจในแผนการพลิกฟื้นธุรกิจของนายจิม แฮคเก็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟอร์ด โดยมูดี้ส์ระบุว่า กระแสเงินสดหมุนเวียนและผลกำไรของฟอร์ดอยู่ในระดับต่ำกว่าคาดการณ์ และมีแนวโน้มที่จะยังคงอ่อนแอต่อไปในช่วง 2 ปีข้างหน้า

หุ้นเวนดีส์ โค ซึ่งเป็นผู้ประกอบการอาหารฟาสต์ฟู้ด ดิ่งลง 10.2% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์รายได้ตลอดปีงบการเงิน 2562 ขณะที่หุ้นแมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นคู่แข่งของเวนดีส์ ร่วงลง 3.5% หลังจากแมคโดนัลด์ประกาศแผนเข้าซื้อกิจการ Apprente ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 12 ก.ย.นี้ และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เช่นกันในการประชุมรอบที่แล้วในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.,  ยอดค้าปลีกเดือนส.ค., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนส.ค., ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ค.

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–