ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 428.90 จุด หลังถ้อยแถลงผู้นำจีนปลดชนวนสงครามการค้า

//ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 428.90 จุด หลังถ้อยแถลงผู้นำจีนปลดชนวนสงครามการค้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (10 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงส่งสัญญาณความพร้อมในการเปิดกว้างให้ต่างชาติเข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น พร้อมกับให้คำมั่นว่า จีนจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มรถยนต์ของสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,408.00 จุด พุ่งขึ้น 428.90 จุด หรือ +1.79% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,656.87 จุด เพิ่มขึ้น 43.71 จุด หรือ +1.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,094.30 จุด เพิ่มขึ้น 143.96 จุด หรือ +2.07%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากปธน.สี จิ้นผิง ได้ให้คำมั่นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมโป๋อ่าว ฟอรั่ม ฟอร์ เอเชีย (BFA) เมื่อวานนี้ว่า จีนจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์และภาษีนำเข้าสินค้าอื่นๆบางประเภท รวมทั้งเปิดกว้างการเข้าถึงตลาดจีน

นอกจากนี้ ปธน.สี จิ้นผิงยืนยันว่า จีนจะปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งจะเพิ่มการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทต่างชาติ

ทางด้านปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเพื่อแสดงความขอบคุณปธน.สี จิ้นผิง โดยระบุว่า “ผมขอขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับปธน.สี จิ้นผิงที่ได้กล่าวเกี่ยวกับการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ รวมทั้งการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการถ่ายโอนเทคโนโลยี เราจะสร้างความคืบหน้าที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเริ่มคลี่คลายลง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความโจมตีจีนซึ่งเรียกเก็บภาษีต่อรถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐ สูงกว่าที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีรถยนต์ที่นำเข้าจากจีน

หุ้นกลุ่มรถยนต์พุ่งขึ้นขานรับถ้อยแถลงของปธน.สี จิ้นผิง โดยหุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) พุ่งขึ้น 3.3% หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ เพิ่มขึ้น 1.8% หุ้นเฟียต ไคร์สเลอร์ ออโต้โมบิล พุ่งขึ้น 1.3%

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นกว่า 3% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอนโมบิล พุ่งขึ้น 2.9% หุ้นเชฟรอน ดีดขึ้น 2.5% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 4.2% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ทะยานขึ้น 6.7% และหุ้นมาราธอน ออยล์ พุ่งขึ้น 4.3%

หุ้นสปรินท์ ซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 17% หลังจากวอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ทางบริษัทได้เริ่มกลับมาเจรจาเพื่อควบรวมกิจการกับ ที-โมบาย ยูเอส อีกครั้ง ขณะที่ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นที-โมบาย ยูเอส พุ่งขึ้น 5.7%

หุ้นทัพเพอร์แวร์ แบรนด์ส คอร์ป ผู้ผลิตกล่องพลาสติกบรรจุอาหาร ร่วงลง 11% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสแรกปีนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ดีดตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจปรับตัวขึ้น 1.0% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2556

นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ โดยเจพีมอร์แกน เชส, ซิตี้กรุ๊ป และเวลส์ ฟาร์โก จะเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกในวันศุกร์นี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมประจำวันที่ 20-21 มี.ค.ของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้เช่นกัน โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของเฟด หลังจากที่ประชุมเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่นักลงทุนให้ความสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนมี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 

2018-04-11T08:55:19+00:00 11 เมษายน 2018 เวลา 8:55|ข่าวเศรษฐกิจ|
X