แนวโน้มราคาทอง
Wait and See
- ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้น +21.74 ดอลลาร์ คิดเป็น +0.7%
- ปิดตลาดที่ระดับ 3,135 ดอลลาร์
Gold spot
สูงสุด – 3,142 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,105 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 50,650 บาท
ต่ำสุด – 50,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
เช้าวันนี้ราคาทอง Spot ปรับขึ้นทำ All-time high ติดต่อกัน 5 วัน และเป็นครั้งที่ 21 ของปีนี้ แตะ $3,167 หลังจากทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้อย่างน้อย 10% สําหรับสินค้านําเข้าทั้งหมด และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ 185 ประเทศ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เมษายน ประเทศคู่ค้าสำคัญที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ จีน 34% สหภาพยุโรป 20% เวียดนาม 46% ไต้หวัน 32% ญี่ปุ่น 24% อินเดีย 26% เกาหลีใต้ 25% ไทย 36% สงครามการค้าโลกที่รุนแรงทำให้ยังมีเงินไหลเข้าลงทุนทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย กองทุน SPDR ซื้อทอง 0.57 ตัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้สหรัฐฯ จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. โดยมาร์กิต และ ดัชนี PMI ภาคการบริการ โดย ISM
วิเคราะห์ราคาทอง
หลังทรัมป์ปรับขึ้นภาษีในช่วงคืนวาน ราคาทองตอบรับเชิงบวก และทองในประเทศได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทด้วย แต่แนะนำรอดูสถานการณ์รวมถึงการตอบโต้ของประเทศต่างๆก่อน เนื่องจากวันนี้เป็นช่วงแรกๆที่ปัจจัยสำคัญเข้ากระทบ ตลาดจึงอาจมีความผันผวนค่อนข้างแรง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ : 3,110 และ 3,090 ดอลลาร์
แนวต้าน : 3,160 และ 3,180 ดอลลาร์ราคาทองโลกที่ปรับตัวขึ้นมายังคงซื้อขายอยู่บริเวณแนวต้าน แต่กลับมาแนะนำ Wait and See เพื่อรอดูท่าทีของประเทศต่างๆหลังได้รับผลกระทบทางภาษีก่อนแต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นอาจเสี่ยงไล่ซื้อ โดยมีเป้าทำกำไรที่ระดับ 3,160 – 3,180 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 50,600 และ 50,300 บาท
แนวต้าน : 51,500 และ 52,000 บาท
เช้านี้ราคาทองคำในประเทศ ยังได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับขึ้นมาอ่อนค่า แต่กลับมาแนะนำ Wait and See เพื่อรอดูท่าทีของประเทศต่างๆหลังได้รับผลกระทบทางภาษีก่อน แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นอาจเสี่ยงไล่ซื้อ โดยมีเป้าทำกำไรที่ระดับ 51,500-52,000 บาท