แนวโน้มราคาทอง
อาจยังปรับฐานต่อ
- ราคาทองปรับตัวลง (-21.11) ดอลลาร์ คิดเป็น (-0.67%)
- ปิดตลาดที่ระดับ 3,114 ดอลลาร์
Gold spot
สูงสุด – 3,167 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,054 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 51,250 บาท
ต่ำสุด – 50,650 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทอง Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวผันผวนมากและปรับลดลงหลุด $3,100 ในช่วงกลางคืน ปิดตลาดลดลง $21 เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากปรับขึ้น All-time high แตะ 3,167 ดอลลาร์ ให้ผลตอบแทน 20.7% สงครามการค้าโลกรุนแรงทำให้มีแรงซื้อทองคำกลับเข้ามาและราคาทองกลับมายืนเหนือ $3,100 ได้ ท่ามกลางตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงแรงเกือบ 4% ซึ่งทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% สําหรับสินค้านําเข้าทั้งหมด จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย. และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันในรายประเทศ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการของ ISM เดือนมี.ค. ลดลงเหลือ 50.8 ต่ำกว่าตลาดคาด กองทุน SPDR ซื้อทอง 4.30 ตัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm), ค่าเฉลี่ยรายได้รายชั่วโมง (Average Hourly Earnings) และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate)
วิเคราะห์ราคาทอง
หลังทรัมป์ปรับขึ้นภาษีในช่วงคืนวาน ราคาทองตอบรับเชิงบวก และทองในประเทศได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทด้วย แต่แนะนำรอดูสถานการณ์รวมถึงการตอบโต้ของประเทศต่างๆก่อน เนื่องจากวันนี้เป็นช่วงแรกๆที่ปัจจัยสำคัญเข้ากระทบ ตลาดจึงอาจมีความผันผวนค่อนข้างแรง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ : 3,055 และ 3,035 ดอลลาร์
แนวต้าน : 3,125 และ 3,145 ดอลลาร์
ราคาทองโลกที่ปรับตัวลง หลังเกิด Sell on Fact แม้คืนวานราคาจะสามารถฟื้นตัวจากแนวรับได้ แต่ประเมินว่ายังเหลือ Downside อีกพอสมควร จึงแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับ รอเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 3,055 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 3,125 ดอลลาร์ และตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 3,035 ดอลลาร์ลงไป
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 49,900 และ 49,500 บาท
แนวต้าน : 50,650 และ 51,000 บาท
เช้านี้ราคาทองคำในประเทศ อาจต้องเผชิญกับแรงเทขายอีกครั้ง โดยอาจแบ่งขายทำกำไรก่อน โดยแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับ รอเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 49,900 บาท โดยมีเป้าทำกำไรที่ 50,650 ดอลลาร์ และตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 49,500 บาทลงไป