แนวโน้มราคาทอง
Sideways Up
- ดอลลาร์ / ยีลด์พุ่งกดดันทองลง หลังสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังตึงเครียด ขณะจีนนำเข้าน้ำมัน หวั่น
เงินเฟ้อภาคพลังงานพุ่ง
Gold spot
สูงสุด – 4,434 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,356 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 69,200 บาท
ต่ำสุด – 68,450 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการย่อตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้เริ่มสร้างฐานยืนเหนือแนวรับที่ 99 หน่วยขึ้นไป อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 4.70% ขึ้นไป สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้น หลังอิหร่านได้ยืนยันว่า สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการก่อนที่จะมีการเปิดช่องแคบอีกครั้ง และทางฝั่งปธน.ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ จะลดระดับความเคลื่อนไหวลง และอาจเลือกใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านมากขึ้น แทนการเปิดปฏิบัติการทางทหาร ในขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนกลับมาฟื้นตัวในเดือน ก.ค. และอาจต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค. ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ตลาดกลับมามีความกังวลด้านราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด ที่อาจมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในอนาคต
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับที่ 4,355 ดอลลาร์ โดยภาพรวมมีลักษณะเป็นการทยอยฟื้นตัวขึ้น จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,420 และ 4,440 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,330 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับมา Sideways และต้องสร้างฐานใหม่
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,380 และ 4,360 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,435 และ 4,450 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,435 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,380 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,360 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 68,450 และ 68,250 บาท
แนวต้าน 69,200 และ 69,500 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 69,200 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 68,0450 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 68,250 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











