แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองลง จากบอนด์ยีลด์ 10 ปีและ 30 ปี พุ่ง หลังอิหร่าน – สหรัฐฯ ยังไร้ทางออกในการเจรจา
Gold spot
สูงสุด – 4,435 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,386 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,900 บาท
ต่ำสุด – 68,750 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 30 ปี มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเเนื่องยืนเหนือ 4.70% และ 5.30% ขึ้นไป ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง หลังหน่วยปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยว่าเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองทัพอิหร่านได้ย้ำชัดว่า อิหร่านจะไม่ยอมถอยในประเด็นการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และเรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะถูกยิง ซึ่งทางฝั่งปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ตนไม่สนใจที่จะขยายกรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 17 ส.ค. จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดกลับมากังวลอีกครั้งว่า สงครามอาจยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด มีทิศทางเป็นขาขึ้นในอนาคตอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ เผยยอดขายบ้านที่รอการปิดการขายเทียบรายเดือน เดือน ก.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกสามารถยืนเหนือแนวรับใหม่บริเวณ 4,385 ดอลลาร์ ทำให้ยังคงมีแนวโน้มที่จะกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 4,435 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง เนื่องจากในภาพใหญ่ทองโลกยังไม่เสียทรงขาขึ้น อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,370 ดอลลาร์ ทองโลกอาจมีการปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,385 และ 4,370 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,435 และ 4,450 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,435 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,385 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,370 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 68,750 และ 68,550 บาท
แนวต้าน 69,000 และ 69,200 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 69,000 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 68,750 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 68,550 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











