ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายที่ 3,360 ดอลลาร์ ทรัมป์ทำสงครามการค้ารุนแรง เศรษฐกิจโลกเสี่ยงถดถอย ทอง All-time High
ในปีนี้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นและมีความต้องการซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งจากนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน ธนาคารกลาง เป็นผลจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่สำคัญคือการทำสงครามการค้า ทำให้ในไตรมาส 1 ทองคำ Spot ให้ผลตอบแทน 18% เป็นไตรมาสที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดนับตั้งแต่ ปี 1986
ในต้นเดือนเมษายนราคาทองคำ Spot ปรับตัวขึ้นทำ All-time high ติดต่อกันทุกวัน ในช่วงเช้าของวันนี้ราคาทองคำ Spot ยังปรับตัวขึ้นทำ All-time high นับเป็นครั้งที่ 21 ของปีนี้ แตะ 3,167 ดอลลาร์ ให้ผลตอบแทน 20.7% ราคาทองแท่งไทยปรับตัวขึ้นทำ All-time high อย่างต่อเนื่องเช่นกัน นับเป็นครั้งที่ 20 ของปีนี้ แตะ 51,250 บาท ให้ผลตอบแทน 20.9% ได้รับผลบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงมากในเดือนนี้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 10 และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้กับไทยในอัตรา 36%
3 ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำปรับขึ้นอย่างร้อนแรง
1. ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย จากสงครามการค้าโลกมีแนวโน้มรุนแรง
2. โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมาย
3. ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจโลกถดถอยจากสงครามการค้าโลกที่รุนแรง
ทรัมป์ประกาศวันที่ 2 เม.ย. เป็นวันแห่งการปลดปล่อย (Liberation Day) ของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) ต่อทุกประเทศทั่วโลก จำนวน 185 ประเทศ ทรัมป์ประกาศสหรัฐฯ จะเก็บภาษีศุลกากร Baseline tariff ในอัตรา 10% สําหรับสินค้านําเข้าทั้งหมด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย. และจะปรับใช้อัตราการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) กับ 60 ประเทศ “ที่กระทำผิดร้ายแรงที่สุดต่อสหรัฐฯ” โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. โดยบางประเทศจะถูกเรียกเก็บในอัตราเท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราที่ประเทศเหล่านั้นเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าของสหรัฐฯ ประเทศคู่ค้าสำคัญที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ จีน 34% สหภาพยุโรป 20% เวียดนาม 46% ไต้หวัน 32% ญี่ปุ่น 24% อินเดีย 26%
เกาหลีใต้ 25% ไทย 36% เป็นต้น (รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย)
การทำสงครามการค้าทรัมป์ 2.0 ครั้งนี้รุนแรงกว่าทรัมป์ 1.0 ซึ่งตอนนั้นเป็นการทำสงครามการค้ากับจีนเท่านั้น แต่ทรัมป์ 2.0 เป็นการทำสงครามการค้าโลก สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อสูงขึ้น เศรษฐกิจชะลอตัวลง และมีโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอย หรือ Trumpcession และคาดลุกลามให้เศรษฐกิจโลกจะถดถอยตามไปด้วย ซึ่งโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเจพี มอร์แกน คาดว่ามีโอกาสเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในปีนี้ 40% จากเดิม 30% โกลด์แมน แซคส์คาดว่ามีโอกาสเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในปีนี้ 35% จากเดิม 20% ขณะที่แบบจำลอง GDPNow ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. คาดว่าจีดีพีสหรัฐในไตรมาส 1 หดตัว 3.7% จากเดิมหดตัว 2.8% ที่คาดในวันที่ 28 มี.ค.
โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมาย
โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมาย สะท้อนถึงมุมมองราคาทองเป็นขาขึ้นและมีแนวโน้มขึ้นได้อีก โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายสิ้นปีนี้เป็น $3,250-$3,520 จากเดิม $3,100-$3,300 และในกรณี “ความเสี่ยงสุดขั้ว” คาดราคาทองคำอาจทะลุ $4,200 สิ้นปีนี้ และทะลุ $4,500 ใน 12 เดือนข้างหน้า ก่อนหน้านี้โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายหลายราย ประกอบด้วย Bank of America คาดราคาทองคำอาจแตะ $3,500 ในอีก 2 ปีข้างหน้า ในกรณีที่ความต้องการเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 10% และสัดส่วนที่ธนาคารกลางถือทองคำในเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% Macquarie คาดราคาทองคำอาจแตะ $3,500 ในไตรมาส 2 ของปีนี้ และ UBS ปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายเป็น $3,200 ซึ่งอาจแตะเป้าหมายได้ในไตรมาส 2 ของปีนี้ หลังจากทะลุเป้าหมายราคาทองคำเดิมที่ $3,000 ขึ้นมาได้เร็วกว่าที่คาดไว้
ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางแข็งแกร่ง
De-Dollarization คาดเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำ ในช่วงปี 2022 ที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ พยายามลดเงินดอลลาร์ในเงินสำรองระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯคว่ำบาตรรัสเซียทั้งการอายัดสินทรัพย์ของธนาคารกลางรัสเซีย มูลค่า 630 พันล้านดอลลาร์ และตัดออกจากระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ Swift
ในปี 2022 เป็นปีแรกที่ธนาคารกลางทั่วโลกเข้ามาซื้อทองคำในเงินทุนสำรองเกิน 1,000 ตัน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2021 และในปีที่แล้วธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำเกิน 1,000 ตัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 รวม 1,045 ตัน ทำให้ธนาคารกลางมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนราคาทองคำ เนื่องจากสัดส่วนความต้องการทองคำจากธนาคารกลางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10% ในปี 2021 เป็น 23% ในปี 2025
เงินดอลลาร์เริ่มสูญเสียบทบาทสำคัญในเงินทุนสำรอง
การลดเงินดอลลาร์ในเงินทุนสำรองมีแนวโน้มคาดลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 สัดส่วนเงินดอลลาร์ในเงินทุนสำรองลดลงเหลือ 57.8% ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี ตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนลดลง 7.3% ธนาคารกลางรัสเซียและธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำในเงินทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางรัสเซียซื้อทองราว 2 พันตันในช่วงปี 2005-2022 ส่วนธนาคารกลางจีนเพิ่งเข้าซื้อทองในปี 2009 ทั้งธนาคารกลางรัสเซียและธนาคารกลางจีนซื้อทองรวมแล้ว 3,626 ตันตั้งแต่ปี 2005 และซื้อทองรวมแล้วมีสัดส่วนราว 60% ของธนาคารกลางทั่วโลก ธนาคารกลางจีนได้เริ่มมีบทบาทเข้ามาซื้อทองในเดือนพ.ย.2022 ที่มีการเข้าซื้อทองติดต่อกันทุกเดือน ถึงแม้ว่าได้หยุดซื้อทอง 6 เดือนในเดือนพ.ค.-เดือนต.ค.2024 แต่เริ่มกลับเข้ามาซื้อทองอีกครั้งในเดือนพ.ย.2024 ต่อเนื่องมาถึงเดือนก.พ.ของปีนี้
ในปีนี้คาดว่าความต้องการทองคำจากธนาคารกลางจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและคาดเกินกว่า 1 พันตันติดต่อกันเป็นปีที่ 4 เนื่องจากความเสี่ยงของการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายที่ $3,360
ในช่วงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย ราคาทองคำส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเศรษฐกิจที่ถดถอย นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ในอดีตช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย 7 ครั้ง ราคาทองคำปรับขึ้น 5 ครั้ง ระยะเวลาการถดถอยมีความแตกต่างกัน ช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยยาวนานมากที่สุดเป็นวิกฤติซับไพร์มในปี 2007-2008 ที่เกิดเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง ช่วงนั้นเศรษฐกิจถดถอยยาวนานถึง 18 เดือน ราคาทองคำในช่วงดังกล่าวปรับขึ้นถึง 69% ส่วนช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ในปี 2020 เศรษฐกิจถดถอยสั้นที่สุดเพียง 2 เดือน ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 24% โดยเฉลี่ย 7 ครั้ง เศรษฐกิจถดถอยยาวประมาณ 11 เดือน ราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28% ดังนั้นทางฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่ $3,360 ดอลลาร์ ซึ่งคำนวณจากราคาทองคำสิ้นปี 2024 ที่ $2,623
ราคาทองแท่งในประเทศคาดการณ์ว่าจะอยู่ประมาณ 52,500-54,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงินบาท โดยให้สมมติฐานเงินบาท 33- 34 บาท ถ้าเงินบาท 33 บาท ราคาทองแท่งในประเทศคาดจะอยู่ที่ 52,500 บาท ถ้าเงินบาท 33.50 บาท ราคาทองแท่งในประเทศคาดจะอยู่ที่ 53,250 บาท ถ้าเงินบาท 34 บาท ราคาทองแท่งในประเทศคาดจะอยู่ที่ 54,000 บาท
เอกสารแนบท้าย
สหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ต่อทุกประเทศทั่วโลก