Desktop 1550x550 08

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายที่ $3,360

03 เมษายน 2568|13:33 น.

ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายที่ 3,360 ดอลลาร์ ทรัมป์ทำสงครามการค้ารุนแรง เศรษฐกิจโลกเสี่ยงถดถอย ทอง All-time High

ในปีนี้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นและมีความต้องการซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งจากนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน ธนาคารกลาง เป็นผลจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่สำคัญคือการทำสงครามการค้า ทำให้ในไตรมาส 1 ทองคำ Spot ให้ผลตอบแทน 18% เป็นไตรมาสที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดนับตั้งแต่ ปี 1986

ในต้นเดือนเมษายนราคาทองคำ Spot ปรับตัวขึ้นทำ All-time high ติดต่อกันทุกวัน ในช่วงเช้าของวันนี้ราคาทองคำ Spot ยังปรับตัวขึ้นทำ All-time high นับเป็นครั้งที่ 21 ของปีนี้  แตะ 3,167 ดอลลาร์ ให้ผลตอบแทน 20.7% ราคาทองแท่งไทยปรับตัวขึ้นทำ All-time high อย่างต่อเนื่องเช่นกัน นับเป็นครั้งที่ 20 ของปีนี้ แตะ 51,250 บาท ให้ผลตอบแทน 20.9% ได้รับผลบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงมากในเดือนนี้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 10 และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้กับไทยในอัตรา 36%

ผลตอบแทนของทองคำในปี 2568
ผลตอบแทนของทองคำในปี 2568

3 ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำปรับขึ้นอย่างร้อนแรง
1. ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย จากสงครามการค้าโลกมีแนวโน้มรุนแรง
2. โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมาย
3. ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางแข็งแกร่ง

เศรษฐกิจโลกถดถอยจากสงครามการค้าโลกที่รุนแรง

ทรัมป์ประกาศวันที่ 2 เม.ย. เป็นวันแห่งการปลดปล่อย (Liberation Day) ของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) ต่อทุกประเทศทั่วโลก จำนวน 185 ประเทศ ทรัมป์ประกาศสหรัฐฯ จะเก็บภาษีศุลกากร Baseline tariff ในอัตรา 10% สําหรับสินค้านําเข้าทั้งหมด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย. และจะปรับใช้อัตราการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) กับ 60 ประเทศ “ที่กระทำผิดร้ายแรงที่สุดต่อสหรัฐฯ” โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. โดยบางประเทศจะถูกเรียกเก็บในอัตราเท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราที่ประเทศเหล่านั้นเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าของสหรัฐฯ ประเทศคู่ค้าสำคัญที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ จีน 34% สหภาพยุโรป 20% เวียดนาม 46% ไต้หวัน 32% ญี่ปุ่น 24% อินเดีย 26%
เกาหลีใต้ 25% ไทย 36% เป็นต้น (รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย)

การทำสงครามการค้าทรัมป์ 2.0 ครั้งนี้รุนแรงกว่าทรัมป์ 1.0 ซึ่งตอนนั้นเป็นการทำสงครามการค้ากับจีนเท่านั้น แต่ทรัมป์ 2.0 เป็นการทำสงครามการค้าโลก สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อสูงขึ้น เศรษฐกิจชะลอตัวลง และมีโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอย หรือ Trumpcession และคาดลุกลามให้เศรษฐกิจโลกจะถดถอยตามไปด้วย ซึ่งโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเจพี มอร์แกน คาดว่ามีโอกาสเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในปีนี้ 40% จากเดิม 30%  โกลด์แมน แซคส์คาดว่ามีโอกาสเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในปีนี้ 35% จากเดิม 20%  ขณะที่แบบจำลอง GDPNow ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. คาดว่าจีดีพีสหรัฐในไตรมาส 1 หดตัว 3.7% จากเดิมหดตัว 2.8% ที่คาดในวันที่ 28 มี.ค.

โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมาย

โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมาย สะท้อนถึงมุมมองราคาทองเป็นขาขึ้นและมีแนวโน้มขึ้นได้อีก โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายสิ้นปีนี้เป็น $3,250-$3,520  จากเดิม  $3,100-$3,300 และในกรณี “ความเสี่ยงสุดขั้ว” คาดราคาทองคำอาจทะลุ $4,200 สิ้นปีนี้ และทะลุ $4,500 ใน 12 เดือนข้างหน้า ก่อนหน้านี้โบรกเกอร์ต่างประเทศปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายหลายราย ประกอบด้วย Bank of America  คาดราคาทองคำอาจแตะ $3,500 ในอีก 2 ปีข้างหน้า ในกรณีที่ความต้องการเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 10% และสัดส่วนที่ธนาคารกลางถือทองคำในเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% Macquarie คาดราคาทองคำอาจแตะ $3,500 ในไตรมาส 2 ของปีนี้ และ UBS ปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายเป็น $3,200 ซึ่งอาจแตะเป้าหมายได้ในไตรมาส 2 ของปีนี้ หลังจากทะลุเป้าหมายราคาทองคำเดิมที่ $3,000 ขึ้นมาได้เร็วกว่าที่คาดไว้

ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางแข็งแกร่ง

De-Dollarization คาดเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำ ในช่วงปี 2022 ที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ พยายามลดเงินดอลลาร์ในเงินสำรองระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯคว่ำบาตรรัสเซียทั้งการอายัดสินทรัพย์ของธนาคารกลางรัสเซีย มูลค่า 630 พันล้านดอลลาร์ และตัดออกจากระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ Swift 

ในปี 2022 เป็นปีแรกที่ธนาคารกลางทั่วโลกเข้ามาซื้อทองคำในเงินทุนสำรองเกิน 1,000 ตัน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2021 และในปีที่แล้วธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำเกิน 1,000 ตัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 3  รวม 1,045 ตัน ทำให้ธนาคารกลางมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนราคาทองคำ เนื่องจากสัดส่วนความต้องการทองคำจากธนาคารกลางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10% ในปี 2021 เป็น 23% ในปี 2025

เงินดอลลาร์เริ่มสูญเสียบทบาทสำคัญในเงินทุนสำรอง

การลดเงินดอลลาร์ในเงินทุนสำรองมีแนวโน้มคาดลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 สัดส่วนเงินดอลลาร์ในเงินทุนสำรองลดลงเหลือ 57.8% ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี ตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนลดลง 7.3% ธนาคารกลางรัสเซียและธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำในเงินทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางรัสเซียซื้อทองราว 2 พันตันในช่วงปี 2005-2022 ส่วนธนาคารกลางจีนเพิ่งเข้าซื้อทองในปี 2009 ทั้งธนาคารกลางรัสเซียและธนาคารกลางจีนซื้อทองรวมแล้ว 3,626 ตันตั้งแต่ปี 2005 และซื้อทองรวมแล้วมีสัดส่วนราว 60% ของธนาคารกลางทั่วโลก ธนาคารกลางจีนได้เริ่มมีบทบาทเข้ามาซื้อทองในเดือนพ.ย.2022 ที่มีการเข้าซื้อทองติดต่อกันทุกเดือน ถึงแม้ว่าได้หยุดซื้อทอง 6 เดือนในเดือนพ.ค.-เดือนต.ค.2024  แต่เริ่มกลับเข้ามาซื้อทองอีกครั้งในเดือนพ.ย.2024 ต่อเนื่องมาถึงเดือนก.พ.ของปีนี้

ในปีนี้คาดว่าความต้องการทองคำจากธนาคารกลางจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและคาดเกินกว่า 1 พันตันติดต่อกันเป็นปีที่ 4 เนื่องจากความเสี่ยงของการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

image 39
ธนาคารกลางซื้อทองเกิน 1,000 ตันเป็นปีที่ 3

ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายที่ $3,360

ในช่วงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย ราคาทองคำส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเศรษฐกิจที่ถดถอย นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ในอดีตช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย 7 ครั้ง ราคาทองคำปรับขึ้น 5 ครั้ง ระยะเวลาการถดถอยมีความแตกต่างกัน ช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยยาวนานมากที่สุดเป็นวิกฤติซับไพร์มในปี 2007-2008 ที่เกิดเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง ช่วงนั้นเศรษฐกิจถดถอยยาวนานถึง 18 เดือน ราคาทองคำในช่วงดังกล่าวปรับขึ้นถึง 69% ส่วนช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ในปี 2020 เศรษฐกิจถดถอยสั้นที่สุดเพียง 2 เดือน ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 24% โดยเฉลี่ย 7 ครั้ง เศรษฐกิจถดถอยยาวประมาณ 11 เดือน ราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28% ดังนั้นทางฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่ $3,360 ดอลลาร์ ซึ่งคำนวณจากราคาทองคำสิ้นปี 2024 ที่ $2,623

ราคาทองแท่งในประเทศคาดการณ์ว่าจะอยู่ประมาณ 52,500-54,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงินบาท โดยให้สมมติฐานเงินบาท 33- 34 บาท ถ้าเงินบาท 33 บาท ราคาทองแท่งในประเทศคาดจะอยู่ที่ 52,500 บาท ถ้าเงินบาท 33.50 บาท ราคาทองแท่งในประเทศคาดจะอยู่ที่ 53,250 บาท ถ้าเงินบาท 34 บาท ราคาทองแท่งในประเทศคาดจะอยู่ที่ 54,000 บาท

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย กับ ราคาทอง
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย กับ ราคาทอง
ราคาทองไทยเป้าหมายอาจแตะ 54000 บาท
ราคาทองไทยเป้าหมายอาจแตะ 54,000 บาท

เอกสารแนบท้าย
สหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ต่อทุกประเทศทั่วโลก

image 40
image 40 1
image 40 2
image 40 3

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 02

Night Recap Gold Futures 04-04-2568

16:35 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 04-04-2568

16:26 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 04-04-2568

09:14 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 04-04-2568

08:36 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า