แนวโน้มราคาทอง
อาจลงทดสอบแนวรับ
- ราคาทองโลกเผชิญแรงเทขาย หลังขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 3,167 ดอลลาร์
Gold spot
สูงสุด – 3,167 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,116 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 51,250 บาท
ต่ำสุด – 50,700 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลก กลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในภาคเช้า หลังสงครามการค้าโลกกลับมาระอุอีกครั้ง โดย ทรัมป์ ได้เริ่มดำเนินมาตรการทางภาษีโดยไม่มีการยืดหยุ่นใดๆ ซึ่งมีจำนวนกว่า 185 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ และในจำนวนนี้มี 60 ประเทศที่จะถูกเรียกเก็บภาษีมากกว่า 10% ขณะที่ประเทศไทย ถูกเรียกเก็บภาษีถึง 36% โดยจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ค่าเงินบาทจึงอ่อนค่าลงหนุนราคาทองในประเทศในช่วงเช้าวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามราคาที่ขึ้นทำ จุดสูงสุดใหม่ ยังคงต้องเผชิญแรงขาย จนแนวโน้มของภาพการเร่งตัวขึ้นเริ่มเสียไป
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้สหรัฐฯ จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. โดยมาร์กิต และ ดัชนี PMI ภาคการบริการ โดย ISM
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกฟื้นตัวกลับขึ้น แต่ยังคงติดแนวต้านที่ระดับ 3,167 ดอลลาร์ และเริ่มย่อตัวลงมา และทิ้งไส้เทียนไว้ด้านบน ซึ่งราคามักกลับตัวลง หลังเกิดรูปแบบดังกล่าว จึงประเมินว่ามีโอกาสลงทดสอบ 3,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับแรกก่อน
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 3,105 และ 3,085 ดอลลาร์
แนวต้าน 3,140 และ 3,160 ดอลลาร์
ราคาทองโลกที่ปรับตัวขึ้นมาเริ่มเผชิญแรงขายในช่วงบ่ายนี้อีกครั้ง แนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับในการรอเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 3,105 ดอลลาร์ โดยมีเป้าทำกำไรที่ 3,140 ดอลลาร์ และตัดขาดทุนหากราคาทะลุแนวรับที่ 3,085 ดอลลาร์ลงไป
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 50,400 และ 50,050 บาท
แนวต้าน : 51,300 และ 51,600 บาท
ทองคำในประเทศ แม้จะยังได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลง แต่ก็ต้องปรับตัวลงตามราคาทองโลก โดยแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับในการรอเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 50,400 บาท โดยมีเป้าทำกำไรที่ 51,300 บาท และตัดขาดทุนหากราคาทะลุแนวรับที่ 50,050 บาทลงไป